ประวัติอำเภอปาย

มีทฤษฎีจำนวนมากเกี่ยวกับการตั้งชื่อ "ปาย" บางคนเชื่อว่า คำว่า "ปาย" หมายถึง ช้างหนุ่มตัวผู้ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ของทางภาคเหนือของไทย บางคนกล่าวคำว่า "ปาย" มาจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของเผ่าลั๊ว ถูกค้นพบในอำเภอ ลั๊ว เป็นคนกลุ่นแรก ๆ ที่เข้ามาก่อตั้งรกรากในอำเภอปาย และเป็นที่เลื่องลือ ในนามนักรบที่สร้างความหายนะยามค่ำคืน ซึ่งถูกเรียกว่า ภูตพราย กาลเวลาผ่านไปทำให้ถูกเรียกเพี้ยนเป็นคำว่า "ปาย"

สถานที่ท่องเที่ยวในปาย

ชมทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดัง
 

ชมทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดัง
The mist and sunrise



อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 81 ของประเทศไทย ซึ่งกรมป่าไม้ได้เลือกให้เป็นอุทยานแห่งชาติฉลอง 100 ปี กรมป่าไม้และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสที่ทรงครองราชย์ปีที่ 50 เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2539 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ได้เสด็จทรงประกอบพิธีเปิดป้ายอุทยานแห่งชาติ
ห้วยน้ำดัง อย่างเป็นทางการ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีจุดชมวิวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติความงดงามของท้องทะเลหมอก สามารถที่จะมองเห็นเทือกเขาดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างชัดเจน
 
ชมวิวที่ปายแคนย่อน (กองแลน)
 

ชมวิวที่ปายแคนย่อน (กองแลน)
Pai Canyon



หากใช้เส้นทาง 1095 แม่มาลัย-ปาย บริเวณหลักกิดลเมตรที่ 90 จะพบป้ายกองแลนอยู่ทางด้ายซ้ายมือ กองแลนนับเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวแห่งแรกเมื่อเริ่มเข้าสู่เขตอำเภอปาย มีลักษณะเป็นภูเขาดินแดงในป่าเต็งรังสลับป่าสน เมื่อคุณเดินขึ้นไปถึงด้านบนยอด จะพบหน้าผาสูงชันถูกกัดเซาะคล้ายปรากฏการณ์ดินทรุดตัว หรือแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่ เหมาะสำหรับชมทิวทัศน์อำเภอปาย แต่นัก ท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินชมด้วย เวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมคือช่วงเช้า และช่วงเย็น เพราะอากาศจะเย็นสบาย กว่าช่วงกลางวัน
 
Coffee in Love
 

Coffee in Love



ร้าน Coffee in love มาเที่ยวปายต้องแวะมาถ่ายรูปพร้อมแวะจิบกาแฟและเครื่องดื่มดับกระหาย จากถนนหลักเข้าสู่เมืองปายเส้นทาง 1095 เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ถึงหลักกม ที่ 95 ก่อนเข้าสู่เมืองปาย 3 กิโลเมตร คุณจะสะดุดกับป้าย ร้านใหญ่ยักษ์ สีแดงสดสลับกับสีดำ ไม่เพียงแค่กลิ่นไอกาแฟที่ช่วยเติมความสดชื่นในช่วงเวลาแห่งการเดินทางที่แสนยาวนานแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุกคนหลงรัก สมกับชื่อร้าน คือ บรรยากาศแบบเลิฟๆของ Coffee in love ชนิดที่เรียกว่าเห็นแล้วต้องเทใจให้ไปเลยเต็มๆ และแน่นอนที่นี่ จึงไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟ ที่ขายแค่กาแฟ ขนม และเครื่องดื่ม แต่ที่นี่ขายบรรยากาศ ไอเดีย และสิ่งนี้เองที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็น สถานที่อีกแห่งหนึ่งจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายแห่งเมืองปายที่นักท่องเที่ยวตั้งใจมาเยี่ยมเยือน
 
แช่น้ำร้อนที่โป่งน้ำร้อนท่าปาย
 

แช่น้ำร้อนที่โป่งน้ำร้อนท่าปาย
Tha Pai Hotspring



โป่งน้ำร้อนท่าปาย จะมีบ่อน้ำร้อน 2 บ่อใหญ่ บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าไม้สักอันอุดมสมบูรณ์ ปกคลุมด้วยหมอกครันบาง ๆ และกลิ่นฉุนเล็ก น้อยอุณหภูมิของน้ำในโป่งสูงถึง 80 องศาเซลเซียสสามารถนำไข่ไก่ลงไปต้มได้ จากบ่อน้ำร้อนยังไหลเป็นสายน้ำขนาดเล็กไปถึง บริเวณ ลานจอดรถ บางช่วงเป็นแอ่งสามารถลงแช่น้ำได้
 
ไหว้พระที่วัดน้ำฮู
 

ไหว้พระที่วัดน้ำฮู
Naam Hoo Temple



วัดน้ำฮู เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองปายเป็นสถานที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ “หลวงพ่ออุ่นเมือง” ความอัศจรรย์ของหลวงพ่ออุ่นเมือง อยู่ที่บริเวณพระเศียร เพราพระพุทธรูปนี้มีพระโมฬี (มวยผม) กลวง สามารถเปิดออกได้ ภายในมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นน้ำ ศักดิ์สิทธิ์ นิยมขอจากทางวัดกลับไปเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ด้านหลังโบสถ์ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์สถานพระนางสุพรรณกัลยาอีกด้วย
 
บ้านสันติชล (จีนยูนาน)
 

บ้านสันติชล (จีนยูนาน)
Chinese Village



เป็นหมู่บ้านที่ชาวจีนฮ่อ หรือ จีนยูนาน ที่อพยพมาจากมณฑลยูนานทางใต้ของประเทศจีน ได้เข้ามาจับจองเป็น ที่พักอาศัยกันมายาวนาน ซึ่งเมื่อก่อนพื้นที่บริเวณนี้ เคยมีความมั่งคั่งจากการเพาะปลูกฝิ่น แต่หลังจากที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนว พระราชดำริ ในการพัฒนาถิ่นฐานในการพึ่งพา ตนเองโดยไม่เพาะ ปลูกพืชเสพติด จึงทำให้ชาวบ้านหันมาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดรายได้ เช่น การพัฒนาพื้นที่ของ หมู่บ้านให้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ของที่ระลึก ขนมต่างๆ และชาชั้นเลิศ ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ หรือ ของเล่นของชาวจีนยูนาน
 
น้ำตกหมอแปง
 

น้ำตกหมอแปง
Mhor Phaeng Waterfall



น้ำตกหมอแปง นับเป็นน้ำตกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนปาย เพราะ มีความสวยงามและเดินทางไปเที่ยวสะดวกกว่า ที่ไหนๆ เพราะห่างจากตัวเมืองปายเพียง 9 กิโลเมตรเท่านั้น คุณควรเริ่มต้นการเดินทางจากบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 102 จากถนนทางหลวง 1095 ไปทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายไปจนถึงหมู่บ้านมูเซอยะโป๋ จากนั้นข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร ตามถนนดินแดง ขนานเล็ก สุดทางจะเป็นที่จอดรถ ตัวน้ำตกอยู่ทางด้านขวามือ
 
ชมวิวเมืองปายที่วัดพระธาตุแม่เย็น
 

ชมวิวเมืองปายที่วัดพระธาตุแม่เย็น
Mae Yen Temple (Temple on the hill)



วัดพระธาตุน้ำเย็น เป็นวัดแก่เก่าคู่เมืองปายมาช้านาน ตั้งอยู่บนภูเขาทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอปาย ห่างจากที่ว่าการอำเภอปาย ประมาณ 2 กิโลเมตร เลยทางเข้าน้ำตกแม่เย็นไปประมาณ 100 เมตร จากปากทางเข้านักท่องเที่ยวสามารถเลือกขึ้นไปได้ 2 วิธี จะขับรถขึ้นก็สะดวก หรือจะเดินขึ้นบันไดพญานาคเป็นการออกกำลังกายที่น่าสนใจ
 
สะพานประวัติศาสตร์
 

สะพานประวัติศาสตร์
WW2 Japanese Bridge



สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธ เข้าไปยังประเทศพม่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่ สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์” แม้ในปัจจุบันจะมีสะพานปูนแบบไม่สร้างอยู่เคียงข้าง แต่สะพานประวัติศาสตร ์เก่าแก่แห่งนี้ก็ยังได้รับ ความสนใจ จากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอปายอยู่เป็นประจำ
 

สถานที่ท่องเที่ยวในแม่ฮองสอน

ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ปางอุ๋ง
 

ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ปางอุ๋ง
The Mist and sunrise Ruam Thai Village (Pang Aung)



หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านภายในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ลักษณะ พื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืนยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อน ผืนน้ำเป็น ลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี งดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย เปรียบได้กับ นิวซีแลนด์เมืองไทย และ เมื่อได้สัมผัส กับแปลงพันธ์ไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ปลูกประดับในโครงการ ฯ ซึ่งเปรียบเสมือนกับสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย
 
บ้านรักไทย (หมู่บ้านจีนยูนาน)
 

บ้านรักไทย (หมู่บ้านจีนยูนาน)
Ruk Thai Village (Chinese Village)



บ้านรักไทย เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของหมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง (กองพลเดียวกัน) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้
 
อุ้มแกะถ่ายรูปที่พระตำหนักปางตอง
 

อุ้มแกะถ่ายรูปที่พระตำหนักปางตอง
Pang Tang Palace (Royal agricultural Project)



พระตำหนักปางตอง หรือ “ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ”จุดแรกเมื่อผ่านเข้าสู่เขตพระตำหนัก ไม่ควรพลาดการ แวะสักการ ะ “ศาลทหารเสือ” และ “ศาลมหาราช” เพื่อความ เป็นสิริมงคลศาลนี้สร้างขึ้นเพื่อถวาย องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จุดต่อไป คือ พาไปชมกิจกรรมในคอกแกะ เลี้ยงแกะ ให้อาหารแกะ การตัดขนแกะ การทอผ้าขนแกะด้วยมือ โดยนักท่องเที่ยวสามารถอุ้มแกะถ่ายภาพ หรือไล่ต้อนฝูงแกะได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จาก ขนแกะ อย่างผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่สวยๆ ให้เลือกซื้อกันในราคา กันเองด้วย
 
น้ำตกผาเสือ
 

น้ำตกผาเสือ
Pha Sua Waterfall



น้ำตกผาเสื่อ เกิดจากลำห้วยแม่สะงาที่มีต้นกำเนิดในประเทศพม่า ไหลตกลงมาจากหน้าผาขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำเยอะ กระแสน้ำ จะไหลแผ่ลงมาจนเต็มหน้าผาหิน มองดูแล้วมีลักษณะคล้ายเสื่อ จึงเรียกชื่อน้ำตกแห่งนี้ว่า น้ำตกผาเสื่อ บริเวณ แอ่งน้ำ ด้านล่างของน้ำตกยังเป็นที่อยู่อาศัยของปลาพลวงจำนวนมาก นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของน้ำตกแล้ว ยังจะได้ เพลิดเพลินกับกิจกรรมการให้อาหารปลาอีกด้วย น้ำตกอยู่ท่ามกลางสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมของการเที่ยวน้ำตกผาเสื่อ คือ ประมาณเดือนมิถุนายน - ประมาณกลางเดือนมกราคม หลังจากนั้นน้ำจะน้อย และไม่มี น้ำในช่วงหน้าแล้ง
 
พอกโคลนที่ภูโคลนคันทรี่คลับ
 

พอกโคลนที่ภูโคลนคันทรี่คลับ
Mud Spa



ภูโคลน เป็นแหล่งน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่มาจากสายน้ำแร่ใต้พื้นดิน ที่มีความร้อนตั้งแต่ 60 - 140 องศาเซลเซียสเป็น โคลนเดือด บริสุทธิ์สีดำ ที่ขึ้นมาพร้อมกับน้ำแร่ธรรมชาติที่สะอาดและไม่มีกลิ่นของกำมะถัน ซึ่งอุดมไปด้วย แร่ธาตุที่เป็นประโยชน์กับผิวหนัง และ ระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์เรา
 
กระเหรี่ยงคอยาว
 

กระเหรี่ยงคอยาว
Long Neck Karen



บ้านห้วยเสือเฒ่า เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด รถยนต์สามารถเข้าถึงจึงมีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเที่ยวชม กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่เป็นจำนวนมาก กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่จะมีประมาณ 20 หลังคาเรือน อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามา อยู่ที่แม่ฮ่องสอนนานแล้ว ดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม ภายในหมู่นักท่องเที่ยวสามารถมาชมวิถีชีวิต และถ่ายรูปกับ กะเหรี่ยงคอยาวไดหากมาในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ยังจะได้พูดคุยและถ่ายรูปกับเด็ก ๆ ชาวกระเหรี่ยงซึ่งแต่ ละคนหน้าตาน่ารักและช่างเจรจา ซึ่งวันธรรมดาเด็ก ๆ พวกนี้จะไปโรงเรียน นอกจาก นี้บ้านแต่ละ หลังจะมีการนำ ของที่ระลึกมาขายให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นพวกเสื้อผ้า และ เครื่อง ประดับ เล็ก ๆ น้อยราคาไม่แพงมาก


บ้านน้ำเพียงดิน



บ้านน้ำเพียงดิน
เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงได้ บ้านน้ำเพียงดินเป็นชุมชนดั่งเดิมของกะเหรี่ยงคอยาวที่อพยบจาก ฝั่งประเทศพม่าเข้ามาอยู่ในไทย ก่อนที่จะแยกไปอยู่ที่บ้านน้ำเพียงดินและบ้านในสอย ดังนั้นที่นี่จึงเป็นชุมชนที่ค่อนข้างใหญ่และเก่าแก่ และยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบชาวกระเหรี่ยงดั้งเดิมอยู่มาก หมู่บ้านตั้งอยู่ริมน้ำปาย การไปชมกระเหรี่ยงคอยาวที่นี่จำเป็นจะต้องล่องเรือตามแม่น้ำปายเข้าไป ตลอดสองฝั่งน้ำที่ล่องไปงดงามด้วยวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติทุ่งนาและป่าเขา เรือจะพาไปจอดเที่ยวภายในหมู่บ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามรถเดินชมภายในหมู่บ้านได้ สามารถพูดคุยและถ่ายรูปกับกะเหรี่ยงคอยาว นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีของฝากของที่ระลึกจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย การล่องเรือทั้งไปและกลับใช้เวลาประมาณ ๑-๒ ชั่วโมง

การเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมาย เลข ๑๐๘ ไปทาง อ . ขุนยวม ผ่านศูนย์ราชการ สังเกตซุ้มประตู มีทางแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๕ ประมาณ ๖๐๐ เมตร จะถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางประมาณ ๑ . ๕ กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกขวาตรงข้ามสวนสาธารณะแม่ฮ่องสอน ไปตามถนน รพช . ผ่านบ้านโป่งแดงและบ้านห้วยเดื่อ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร จอดรถที่ท่าเรือบ้านห้วยเดื่อจากนั้นติดต่อเหมาเรือหางยาวที่ท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ มีเรือตั้งแต่ 07.00-17.00 น. ค่าเรือหางยาวลำละ 700.- นั่งได้ 8 ท่าน เยี่ยมบ้านกะเหรี่ยงคอยาว ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชมคนละ 250 บาท

ประวัติ กะเหรี่ยงคอยาวหรือปาดอง อาศัยอยู่ในรัฐคะยาประเทศพม่า มีความเป็นอยู่แร้นแค้น ต่อมาในราวปี พ.ศ.2528-2529 ตัวแทนการท่องเที่ยวภาคเอกชนของไทยได้ติดต่อผ่านกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระซึ่งยังทรงอิทธิพลอยู่ในบริเวณชายแดนแถบนี้ให้ชาวปาดองจำนวนหนึ่งมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ชาวปาดองจึงอพยพเข้ามาที่บ้านห้วยปูแกง ต.น้ำเพียงดินตั้งแต่นั้นมา และไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ กระทั่งกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระสูญเสียที่มั่นแถบนี้ แต่ชาวปาดองยังคงอาศัยอยู่และบางส่วนอพยพไปยังบ้านในสอย ปาดองบางส่วนอพยพจากพม่ามายังบ้านห้วยเสือเฒ่า

ที่ตั้งและการเดินทาง ต.น้ำเพียงดิน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน รถยนต์ จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปทาง อ.ขุนยวม ผ่านศูนย์ราชการ สังเกตซุ้มประตู มีทางแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1025 ประมาณ 600 ม. จะถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางประมาณ 1.5 กม. จากนั้นมีทางแยกขวาตรงข้ามสวนสาธารณะแม่ฮ่องสอน ไปตามถนน รพช. ผ่านบ้านโป่งแดงและบ้านห้วยเดื่อ ระยะทาง 4 กม. จอดรถที่ท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปทาง อ.ขุนยวม จนถึงหลัก กม.258 ให้แยกขวา สังเกตศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และป้ายบอกทางไปสวนรุกขชาติ เส้นทางนี้เป็นทางคอนกรีตค่อนข้างแคบ เมื่อผ่านสวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ไปเล็กน้อย มีทางแยกซ้ายเป็นถนน รพช.บ้านแม่สะกึด-น้ำเพียงดิน ไม่ต้องแยกซ้ายให้ขับตรงตามป้ายไปบ้านห้วยเดื่อ ระยะทาง 4 กม.

เรือรับจ้าง เหมาเรือหางยาวที่ท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ เรือจะล่องไปตามลำน้ำปาย จุดแรกจะแวะที่บ้านกะเหรี่ยวงคอยาวห้วยปูแกง ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างท่าเรือบ้านห้วยเดื่อกับบ้านน้ำเพียงดิน จากนั้นจะพาไปยังบ้านน้ำเพียงดิน และล่องต่อไปจนถึง สภ.ต. น้ำเพียงดิน ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของประเทศไทย แล้วล่องเรือกลับ ใช้เวลา 1-1.30 ชม.



สิ่งน่าสนใจ
ระหว่างล่องเรือในแม่น้ำปายไปบ้านน้ำเพียงดิน จะได้เห็นป่าผลัดใบที่ขึ้นอยู่สองฟากฝั่งน้ำ หากเป็นหน้าแล้งน้ำจะใสมาก ในแม่น้ำปายมีเกาะแก่งขนาดเล็ก มีทิวทัศน์สวยงามตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือเที่ยวตามลำน้ำไปบ้านกะเหรี่ยงคอยาว

บ้านกะเหรี่ยงคอยาว เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย แม้นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปชาวกะเหรี่ยงหรือพูดคุยสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างอิสระ แต่ควรระมัดระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของพวกเขาด้วย

กะเหรี่ยงคอยาวปลูกเพิงจำหน่ายของที่ระลึกหลายแห่งมีทั้งกำไล ห่วงทองเหลืองที่ตีด้วยมือ ผ้าปัก ย่าม เสื้อแบบกะเหรี่ยงปลอกคอทองเหลืองที่สตรีชาวกะเหรี่ยงใช้ ในช่วงกลางวันสตรีชาวกะเหรี่ยงจะมานั่งขายสินค้าหรือทอผ้าที่เพิง หากเป็นช่วงเช้าหรือเย็นจะพากันไปอาบน้ำ หาบน้ำ หรือทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆ

บ้านน้ำเพียงดิน เป็นหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ขนาดใหญ่อยู่ติดชายแดนพม่า ในหมู่บ้านมีเพิงขายสินค้าที่จำเป็นและสินค้าจากพม่า เช่น แป้งทาหน้า เครื่องทองเหลือง เป็นต้น


บ้านในสอย


บ้านในสอย เป็นกะเหรี่ยงคอยาวที่อพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน บ้านในสอยเป็นชุมชนกะเหรี่ยงขนาดใหญ่พอ ๆ กับที่บ้านน้ำเพียงดิน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายกัน ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหุบเขา มีลำห้วยไหลผ่าน การเดินทางเพื่อที่จะไปชมกระเหรี่ยงคอยาวที่นี่สามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ จากแม่ฮ่องสอนให้มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอปางมะผ้าและอำเภอปาย ( ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ ) พอไปถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๙๘ – ๑๙๙ จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปบ้านรักไทย จากนั้นให้เลี้ยวตามป้ายไป ขับไปเรื่อย ๆ จะเจอสามแยกมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายไปบ้านในสอย ขับไปตามป้ายบอกทางไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงหมู่บ้าน สภาพทางช่วง ๒ กิโลเมตรสุดท้ายจะเป็นถนนลูกรัง ต้องข้ามลำห้วย และขึ้นเนินค่อนข้างชัน ควรใช้บริการรถเช่าเข้าชมหมู่บ้าน หากขับรถไปเอง รถโฟร์วีลก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นรถเก๋งไม่น่าจะรอด

เปิดเวลา 06.00-18.00 น.
- ต้องแสดงบัตรประชาชนและลงชื่อก่อนเข้าหมู่บ้านที่ด่านกองร้อย อส. ปากทางเข้าหมู่บ้าน ที่ตั้งและการเดินทาง บ้านในสอย ต.ปางหมู ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน 33 กม.

สิ่งน่าสนใจการแต่งกายของปาดอง ผู้ชายจะสวมกางเกงขายาวเสื้อตัวสั้น มีผ้าโพกศีรษะ ส่วนผู้หญิงจะสวมเสื้อทรงกระสอบสีขาวยาวลงมาถึงสะโพก นุ่งผ้าซิ่นสีดำยาวถึงเข่า ไว้ผมหน้าม้า เกล้ามวยและปักปิ่นเงินหรือไม้ยาวๆ แล้วพันผ้าสีทับลงไป จุดเด่นคือสวมห่วงทองเหลืองรอบคอ

การสวมห่วงทองเหลือง หญิงชาวปาดองจะสวมห่วงทองเหลืองไว้ที่คอ โดยเริ่มตั้งแต่เป็นเด็กอายุ 5-9 ปี หมอผีจะประกอบพิธีทำนายฤกษ์ยามที่ดีให้ น้ำหนักครั้งแรกที่สวมใส่ประมาณ 2.5 กก. ห่วงจะถูกเปลี่ยนทุก 5 ปี ในชีวิตหนึ่งจะเปลี่ยนห่วงทั้งหมดเก้าครั้ง ห่วงชุดสุดท้ายจะติดคอพวกเธอไปจนวันตาย ห่วงที่ร้อยติดคอมีสองชุด ชุดแรกจะอยู่ที่บริเวณฐานไหล่ห้าวง ส่วนชุดที่ 2 อยู่บนห่วงชุดแรก เหนือวงบนสุดจะมีหมอนใบเล็กค้ำคางไว้เพื่อกันการเสียดสี หญิงชาวปาดองสวมห่วงได้มากถึง 32 วง

 
ไหว้พระที่วัดพระธาตุดอยกองมู
 

ไหว้พระที่วัดพระธาตุดอยกองมู
Phra That Doi Kong Mu



วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บน ดอยกองมู ทาง ทิศตะวันตกของ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 3 ก.ม.เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึง บริเวณวัด พระธาตุดอยกองมูเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอย ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์
 
ถ้ำปลา
 

ถ้ำปลา
Cave fish



ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยผา ตำบลห้วยผา บริเวณโดยรอบเป็นลำธารและป่าเขา ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกชื่อว่าปลามุงหรือปลาคัง หรือปลาพลวง เป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป ปัจจุบันบริเวณ อุทยานถ้ำปลาได้รับการปรับปรุง เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักแวะมาพักผ่อนที่วนอุทยานฯแห่งนี้
 
ถ้ำลอด
 

ถ้ำลอด



ถ้ำลอด ซึ่งมีลำห้วยชื่อ น้ำลาง ไหลลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม จากการพบ เครื่องมือเครื่องใช้โบราณในถ้ำ สันนิษฐานได้ว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว ภายในถ้ำมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ประกอบ ด้วยห้องโถงใหญ่อีก 3 ห้อง เรียกชื่อต่างๆ กันคือ ถ้ำเสาหินหลวง เป็นถ้ำกว้างใหญ่ มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ถ้ำตุ๊กตา มีหินงอก เป็น ปุ่มปมเล็กๆ คล้ายตุ๊กตาเรียงรายอยู่มากมาย และด้านหนึ่งของผนังถ้ำยังปรากฏภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ำนี้เป็นถ้ำ ที่กว้าง และยาวที่สุดในถ้ำลอด ถ้ำสุดท้ายอยู่ด้านทางออกคือ ถ้ำผีแมน นอกจากมี หินงอกหินย้อยสวยงามแล้ว ยังเป็นที่พบเศษ ภาชนะ ดินเผา เมล็ดพืช เครื่องมือหิน ซีกฟันและกระดูกของมนุษย์ รวมทั้ง โลงผีแมน อีกด้วย โลงผีแมน นี้มีลักษณะ เป็นท่อนไม้ที่ถูกขุดตรงส่วนกลาง ออกเป็นร่องคล้ายเรือ หรือรางไม้ใส่อาหารให้สัตว์เลี้ยง มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ โดยโลงขนาดใหญ่จะถูกวางอยู่บนคานโดยใช้เสา 4-6 ต้น ตั้งกับพื้นถ้ำ และเสาแต่ละคู่จะถูกเจาะเป็นช่องเพื่อสอดใส่คานไว้วางพาดโลงผีแมน
 
ดูพระอาทิตย์ตกดินที่กิ่วลม
 

ดูพระอาทิตย์ตกดินที่กิ่วลม



กิ่วลมปางมะผ้า อยู่ระหว่างเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 ระหว่าง อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า จุดนี้เป็นสถานที่พักรถ พักคน กิ่วลมปางมะผ้า เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งระหว่างการเดินทางจาก อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า นักท่องเที่ยวสามารถมองทัศนียภาพ ของหุบเขา และเส้นทางที่คดเคี้ยวอยู่อีกไกลโพ้นได้อย่างสวยงาม ถ้าหากเดินทางมาถึงที่กิ่วลมปางมะผ้าในช่วงเช้า นักท่องเที่ยว จะ ได้สัมผัสกับ ทะเลหมอกที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางขุนเขาที่ กิ่วลมปางมะผ้าแห่งนี้